งานอบรม โรคสุกร จากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย 22 สิงหาคม 2567
การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์ สำหรับผู้ประกอบการฟาร์มสุกร (GAP)
จัดขึ้น วันที่ 22 เดือน สิงหาคม ปี 2567 เวลา 08:30 น
ณ เรือนนภาลัย โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
โรคสุกร จากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย
การเลี้ยงสุกรเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทย แต่หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โรคเหล่านี้อาจส่งผลให้สุกรเจริญเติบโตช้า มีอัตราการตายสูง และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับโรคสุกรที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย พร้อมแนวทางป้องกันและควบคุม
1. โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (Pleuropneumonia)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Actinobacillus pleuropneumoniae ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่โจมตีระบบทางเดินหายใจของสุกร
อาการ:
ไอ หายใจลำบาก หายใจเสียงดัง
มีไข้สูง เบื่ออาหาร
มีน้ำมูกปนเลือด
ในกรณีรุนแรง อาจพบอัตราการตายสูงภายใน 24 ชั่วโมง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
เลี้ยงสุกรในโรงเรือนที่มีระบบระบายอากาศที่ดี ลดความแออัด
แยกสุกรป่วยออกจากฝูงเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
ใช้วัคซีนป้องกัน และให้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
2. โรคบวมเฉียบพลัน (Edema Disease)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Escherichia coli สายพันธุ์ที่สร้างสารพิษ ซึ่งพบมากในลูกสุกรหลังหย่านม
อาการ:
บวมบริเวณเปลือกตาและหน้าผาก
ระบบประสาทผิดปกติ เช่น เดินเซ ชักกระตุก
อาจเสียชีวิตอย่างฉับพลันภายใน 24–48 ชั่วโมง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
จัดการอาหารให้เหมาะสม ลดความเครียดหลังหย่านม
เลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ลดการสะสมของเชื้อโรค
ใช้วัคซีนป้องกัน และให้ยาปฏิชีวนะในกรณีจำเป็น
3. โรคปากแดง (Erysipelas)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Erysipelothrix rhusiopathiae ซึ่งสามารถอยู่ในดิน อาหาร และน้ำได้เป็นเวลานาน
อาการ:
มีไข้สูง อ่อนเพลีย
มีผื่นแดงรูปหลายเหลี่ยมตามผิวหนัง
ในกรณีรุนแรง อาจเกิดภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบ และข้ออักเสบเรื้อรัง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
รักษาความสะอาดของโรงเรือนและแหล่งน้ำ
ใช้วัคซีนป้องกันโรคเป็นประจำ
ควบคุมพาหะนำโรค เช่น หนู และแมลงต่าง ๆ
4. โรคปอดบวมจากเชื้อ Mycoplasma (Mycoplasmal Pneumonia)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Mycoplasma hyopneumoniae ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในฟาร์มสุกร
อาการ:
ไอเรื้อรัง น้ำหนักลด
อัตราการเจริญเติบโตช้า
ถ้าติดเชื้อร่วมกับแบคทีเรียอื่น อาจเกิดภาวะปอดบวมรุนแรง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
ใช้วัคซีนป้องกันโรค
ควบคุมคุณภาพอากาศภายในโรงเรือน
จัดการความหนาแน่นของสุกรเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ
5. โรคข้ออักเสบและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Streptococcal Infection)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Streptococcus suis ซึ่งสามารถแพร่จากแม่สุกรสู่ลูกสุกรได้
อาการ:
ข้ออักเสบ ทำให้เดินลำบาก
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่งผลให้ชักหรือเสียชีวิต
ในกรณีรุนแรง อาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
แนวทางป้องกันและควบคุม:
ควบคุมความสะอาดของโรงเรือนและอุปกรณ์เลี้ยง
ให้ลูกสุกรได้รับน้ำนมแม่เพียงพอเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
ใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็น โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์
งานอบรม โรคสุกรจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย 22 สิงหาคม 2567
การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์ สำหรับผู้ประกอบการฟาร์มสุกร (GAP)
จัดขึ้น วันที่ 22เดือน สิงหาคม ปี 2567 เวลา 08:30 น
ณ เรือนนภาลัย โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
โรคสุกร จากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย
การเลี้ยงสุกรเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทย แต่หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โรคเหล่านี้อาจส่งผลให้สุกรเจริญเติบโตช้า มีอัตราการตายสูง และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับโรคสุกรที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย พร้อมแนวทางป้องกันและควบคุม
1. โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (Pleuropneumonia)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Actinobacillus pleuropneumoniae ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่โจมตีระบบทางเดินหายใจของสุกร
อาการ:
ไอ หายใจลำบาก หายใจเสียงดัง
มีไข้สูง เบื่ออาหาร
มีน้ำมูกปนเลือด
ในกรณีรุนแรง อาจพบอัตราการตายสูงภายใน 24 ชั่วโมง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
เลี้ยงสุกรในโรงเรือนที่มีระบบระบายอากาศที่ดี ลดความแออัด
แยกสุกรป่วยออกจากฝูงเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
ใช้วัคซีนป้องกัน และให้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
2. โรคบวมเฉียบพลัน (Edema Disease)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Escherichia coli สายพันธุ์ที่สร้างสารพิษ ซึ่งพบมากในลูกสุกรหลังหย่านม
อาการ:
บวมบริเวณเปลือกตาและหน้าผาก
ระบบประสาทผิดปกติ เช่น เดินเซ ชักกระตุก
อาจเสียชีวิตอย่างฉับพลันภายใน 24–48 ชั่วโมง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
จัดการอาหารให้เหมาะสม ลดความเครียดหลังหย่านม
เลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ลดการสะสมของเชื้อโรค
ใช้วัคซีนป้องกัน และให้ยาปฏิชีวนะในกรณีจำเป็น
3. โรคปากแดง (Erysipelas)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Erysipelothrix rhusiopathiae ซึ่งสามารถอยู่ในดิน อาหาร และน้ำได้เป็นเวลานาน
อาการ:
มีไข้สูง อ่อนเพลีย
มีผื่นแดงรูปหลายเหลี่ยมตามผิวหนัง
ในกรณีรุนแรง อาจเกิดภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบ และข้ออักเสบเรื้อรัง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
รักษาความสะอาดของโรงเรือนและแหล่งน้ำ
ใช้วัคซีนป้องกันโรคเป็นประจำ
ควบคุมพาหะนำโรค เช่น หนู และแมลงต่าง ๆ
4. โรคปอดบวมจากเชื้อ Mycoplasma (Mycoplasmal Pneumonia)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Mycoplasma hyopneumoniae ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในฟาร์มสุกร
อาการ:
ไอเรื้อรัง น้ำหนักลด
อัตราการเจริญเติบโตช้า
ถ้าติดเชื้อร่วมกับแบคทีเรียอื่น อาจเกิดภาวะปอดบวมรุนแรง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
ใช้วัคซีนป้องกันโรค
ควบคุมคุณภาพอากาศภายในโรงเรือน
จัดการความหนาแน่นของสุกรเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ
5. โรคข้ออักเสบและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Streptococcal Infection)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Streptococcus suis ซึ่งสามารถแพร่จากแม่สุกรสู่ลูกสุกรได้
อาการ:
ข้ออักเสบ ทำให้เดินลำบาก
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่งผลให้ชักหรือเสียชีวิต
ในกรณีรุนแรง อาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
แนวทางป้องกันและควบคุม:
ควบคุมความสะอาดของโรงเรือนและอุปกรณ์เลี้ยง
ให้ลูกสุกรได้รับน้ำนมแม่เพียงพอเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
ใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็น โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์
งานอบรม โรคสุกรจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย 22 สิงหาคม 2567
การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์ สำหรับผู้ประกอบการฟาร์มสุกร (GAP)
จัดขึ้น วันที่ 22เดือน สิงหาคม ปี 2567 เวลา 08:30 น
ณ เรือนนภาลัย โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
โรคสุกร จากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย
การเลี้ยงสุกรเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทย แต่หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โรคเหล่านี้อาจส่งผลให้สุกรเจริญเติบโตช้า มีอัตราการตายสูง และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับโรคสุกรที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในประเทศไทย พร้อมแนวทางป้องกันและควบคุม
1. โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (Pleuropneumonia)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Actinobacillus pleuropneumoniae ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่โจมตีระบบทางเดินหายใจของสุกร
อาการ:
-
ไอ หายใจลำบาก หายใจเสียงดัง
-
มีไข้สูง เบื่ออาหาร
-
มีน้ำมูกปนเลือด
-
ในกรณีรุนแรง อาจพบอัตราการตายสูงภายใน 24 ชั่วโมง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
-
เลี้ยงสุกรในโรงเรือนที่มีระบบระบายอากาศที่ดี ลดความแออัด
-
แยกสุกรป่วยออกจากฝูงเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
-
ใช้วัคซีนป้องกัน และให้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
2. โรคบวมเฉียบพลัน (Edema Disease)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Escherichia coli สายพันธุ์ที่สร้างสารพิษ ซึ่งพบมากในลูกสุกรหลังหย่านม
อาการ:
-
บวมบริเวณเปลือกตาและหน้าผาก
-
ระบบประสาทผิดปกติ เช่น เดินเซ ชักกระตุก
-
อาจเสียชีวิตอย่างฉับพลันภายใน 24–48 ชั่วโมง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
-
จัดการอาหารให้เหมาะสม ลดความเครียดหลังหย่านม
-
เลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ลดการสะสมของเชื้อโรค
-
ใช้วัคซีนป้องกัน และให้ยาปฏิชีวนะในกรณีจำเป็น
3. โรคปากแดง (Erysipelas)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Erysipelothrix rhusiopathiae ซึ่งสามารถอยู่ในดิน อาหาร และน้ำได้เป็นเวลานาน
อาการ:
-
มีไข้สูง อ่อนเพลีย
-
มีผื่นแดงรูปหลายเหลี่ยมตามผิวหนัง
-
ในกรณีรุนแรง อาจเกิดภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบ และข้ออักเสบเรื้อรัง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
-
รักษาความสะอาดของโรงเรือนและแหล่งน้ำ
-
ใช้วัคซีนป้องกันโรคเป็นประจำ
-
ควบคุมพาหะนำโรค เช่น หนู และแมลงต่าง ๆ
4. โรคปอดบวมจากเชื้อ Mycoplasma (Mycoplasmal Pneumonia)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Mycoplasma hyopneumoniae ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในฟาร์มสุกร
อาการ:
-
ไอเรื้อรัง น้ำหนักลด
-
อัตราการเจริญเติบโตช้า
-
ถ้าติดเชื้อร่วมกับแบคทีเรียอื่น อาจเกิดภาวะปอดบวมรุนแรง
แนวทางป้องกันและควบคุม:
-
ใช้วัคซีนป้องกันโรค
-
ควบคุมคุณภาพอากาศภายในโรงเรือน
-
จัดการความหนาแน่นของสุกรเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ
5. โรคข้ออักเสบและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Streptococcal Infection)
สาเหตุ:
เกิดจากเชื้อ Streptococcus suis ซึ่งสามารถแพร่จากแม่สุกรสู่ลูกสุกรได้
อาการ:
-
ข้ออักเสบ ทำให้เดินลำบาก
-
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่งผลให้ชักหรือเสียชีวิต
-
ในกรณีรุนแรง อาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
แนวทางป้องกันและควบคุม:
-
ควบคุมความสะอาดของโรงเรือนและอุปกรณ์เลี้ยง
-
ให้ลูกสุกรได้รับน้ำนมแม่เพียงพอเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
-
ใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็น โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์